“สมาคมนักวิจัย”ชี้สังคมต้องการความจริงเกี่ยวกับกัญชา จี้ สภาเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จในสมัยประชุมนี้ 


28 ธ.ค. 2565, 11:39

“สมาคมนักวิจัย”ชี้สังคมต้องการความจริงเกี่ยวกับกัญชา จี้ สภาเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จในสมัยประชุมนี้ 




วันที่ 28 ธันวาคม 2565 ดร.พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย กล่าว เวลานี้สังคมต้องการความจริงเกี่ยวกับกัญชา เพื่อออกแบบระบบกลไกการควบคุมที่สมดุลสามารถใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งการวิจัยเชิงพื้นที่มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องการการมีส่วนร่วมและหาทางออกใหม่ ๆ ให้กับสังคม ซึ่งแม้ปัญหายาบ้าปัจจุบันก็เหมือนจะลดลงก็ตาม แต่ก็ยังเป็นปัญหาใหญ่มาก ที่จะทำลายสังคมไทย หากเรามีงานวิจัยที่ดี ในการพัฒนาศูนย์บำบัดยาเสพติดด้วยกัญชา ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นกรณีของ นายพงษ์พัฒน์ นามูลน้อย (ไก่ เดินวนฟาร์ม) ผู้ที่หายจากการติดยาบ้าด้วยการสูบกัญชาและเลิกการใช้กัญชากลับมาเป็นพลเมืองดี และมีอีกหลายราย ที่ยืนยันว่า กัญชาสามารถเลิกเองได้ง่าย จึงวิงวอนสภาผู้แทนราษฎรให้รีบพิจารณากฎหมายร่างพระราชบัญญัติกันชงกัญชาให้เสร็จภายในสมัยนี้ ทางสมาคมฯ จะจัดงานเสวนาเพื่อสร้างความรู้ในรูปแบบที่ต่างกันไป บนพื้นฐานของความจริงที่จะสร้างอนาคตให้กับประเทศชาติโดยพืชที่เรียกว่ากัญชาที่กำลังเป็นปัญหาถกเถียงกันในขณะนี้

รศ.ดร.นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ.กัญชากัญชงฯ เปิดเผยว่า มีความพยายามทำลายชื่อเสียงของกัญชาอย่างต่อเนื่อง วิธีการหนึ่งที่ใช้คือ การนำเอากัญชาสังเคราะห์มาฉีดพ่นใส่กัญชาธรรมชาติ ขายทั้งทางใต้ดินและทางอินเทอร์เน็ต เมื่อเกิดผลเสียต่อสุขภาพก็จะประโคมข่าวโจมตีกัญชาแบบเหมารวม การให้ประชาชนปลูกกัญชาไว้ใช้เอง จึงช่วยป้องกันอันตรายจากกัญชาสังเคราะห์ได้

นพ.ปัตพงษ์ กล่าวว่า กัญชารับใช้มวลมนุษยชาติมาแล้วไม่ต่ำกว่าหมื่นปี เป็นทั้งยา อาหารคน อาหารสัตว์ และทำเป็นเครื่องใช้ต่างๆ แม้กระทั่งใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา กัญชาถูกจัดให้เป็นยาเสพติด เมื่อ 76 ปีที่ผ่านมา นำโดยประเทศสหรัฐอเมริกา สร้างข่าวเท็จโจมตีกัญชาในหลายรูปแบบ ในขณะที่ห้ามประชาชนทั่วไปใช้กัญชา แต่บริษัทยากลับได้รับอนุญาตให้ผลิตและขายยากัญชาสังเคราะห์ ทั้งที่มีสรรพคุณสู้กัญชาจากธรรมชาติไม่ได้ ตรงกันข้ามกลับมีอันตรายมากกว่า นอกจากนี้ งานวิจัยเกี่ยวกับกัญชาจำนวนมากไม่ได้แยกแยะว่า ผู้ป่วยใช้กัญชาจากธรรมชาติหรือกัญชาสังเคราะห์ ทำให้แพทย์จำนวนหนึ่งเข้าใจผิด และมีอคติต่อกัญชาแบบเหมารวม

นพ.ปัตพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากในขณะนี้คือ มีการจำหน่ายกัญชาสังเคราะห์ทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีอยู่มากกว่า 100 ยี่ห้อ หรือนำมาฉีดพ่นผสมใส่พืชกัญชาจากธรรมชาติ เมื่อคนใช้กัญชาสังเคราะห์แล้วเกิดผลเสียต่อสุขภาพก็จะประโคมข่าวโจมตีกัญชาแบบเหมารวม ดังนั้นการให้ประชาชนปลูกกัญชาไว้ใช้เอง จึงช่วยป้องกันอันตรายจากกัญชาสังเคราะห์ได้ ดังตัวอย่างการแก้กฎหมายกัญชาของหลายมลรัฐ ในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อคนสามารถเข้าถึงกัญชาที่มีคุณภาพแบบถูกกฎหมาย ก็ไม่ไปใช้กัญชาสังเคราะห์ ทำให้ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากกัญชาสังเคราะห์จนต้องเข้าโรงพยาบาลมีจำนวนลดลง ดังนั้น การพยายามขัดขวางไม่ให้ประชาชนปลูกกัญชาได้ จึงเท่ากับการส่งเสริมกัญชาสังเคราะห์ทางอ้อม 

ด้านนายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ โฆษกคณะกรรมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์การใช้กัญชาอย่างเข้าใจ กระทรวงสาธารณสุข  ได้อ้างถึงข้อมูลที่นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุไว้เมื่อ 3 ปีก่อนว่า “กัญชามายาบ้าหมดประเทศไทยจะหายจนประชาชนจะหายป่วย ในเวลานั้นหลายคนที่ยังไม่เข้าใจก็กลับมองเรื่องการโพสต์นี้ว่าเป็นเรื่องมุกตลกขำขันบ้าง  หรือ คิดว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันเป็นไปไม่ได้บ้าง แต่ความจริงแล้วหลักคิดนี้เป็นกลยุทธ์ในการลดปัญหายาเสพติด แก้ปัญหาอาชญากรรม เพิ่มคุณภาพชีวิต และกระตุ้นเศรษฐกิจ จนประสบความสำเร็จในหลายประเทศมาแล้ว ข้อความดังกล่าวจึง “มาก่อนกาลเวลา” 
นายปานเทพ ยังได้ยกผลการศึกษาติดตามสถานการณ์การใช้และการให้บริการกัญชาทางการแพทย์ระยะที่สอง ปี พ.ศ. 2564 รายงานโดยศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติดเมื่อปี พ.ศ. 2565 สำรวจพบว่า  มีประชาชนที่ส่วนใหญ่จะใช้กัญชาอย่างผิดกฎหมายหรือใช้ในโรคที่กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ประกาศ แต่มีผู้ป่วยที่มีอาการหลังใช้กัญชาแล้วอาการของโรคต่างๆดังที่กล่าวมาข้างต้นดีขึ้นหรือดีขึ้นรวมกันมากถึงร้อยละ 93 โดยในจำนวนนี้มีอาการดีขึ้นร้อยละ 54.8 มีอาการดีขึ้นมากร้อยละ 38.6 นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่ใช้กัญชาสามารถเลิกยาแผนปัจจุบันได้ร้อยละ 31.7 ลดยาแผนปัจจุบันได้ร้อยละ 26.3 รวมทั้งลดหรือเลิกยาแผนปัจจุบันรวมกันมากถึงร้อยละ 58

 

นายปานเทพ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยปีงบประมาณ 2562 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีการเปิดให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ มีผู้ป่วยซึ่งเสพติด “ยาบ้า”ได้เข้ารับการบำบัดรักษาทั้งสิ้น 206,444 คน แต่เมื่อกัญชามีการใช้กันอย่างกันอย่างกว้างขวางในปี 2565 ปรากฏว่ามีผู้ป่วยติดยาบ้าลดลงเหลือเพียง 100,454 คน  ซึ่งแปลว่ามีผู้ป่วยยาบ้าที่เข้ารับการบำบัดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 “ลดลง” จากปี พ.ศ. 2562 จำนวนมากถึง 105,990 คน คือลดยาบ้าไปแล้วครึ่งหนึ่งหรือคิดเป็นร้อยละ 51.34 ซึ่งสอดรับผลการศึกษางานวิจัยในต่างประเทศเช่นกัน

ขณะที่ช่วงบ่ายวันนี้ (28 ธันวาคม 2565) เครือข่ายประชาชนเพื่อการมีกฎหมายควบคุมกัญชาในประเทศไทย จัดเวทีเสวนา ในหัวข้อ” กำหนดกลไกแค่ไหนกัญชาจึงจะเกิดสมดุล” โดยจะถ่ายทอดสดผ่านทาง Gunja Tv เวลา 13.00 – 16.00 น.





คำที่เกี่ยวข้อง : #กัญชา  









©2018 CK News. All rights reserved.