ตำรวจ ปอศ. แถลงดำเนินคดียึดทรัพย์ มูลนิธิองค์กรทำดี


7 พ.ย. 2569, 12:29

ตำรวจ ปอศ. แถลงดำเนินคดียึดทรัพย์ มูลนิธิองค์กรทำดี




วันที่ 7 พ.ย.2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. นำแถลงคดีมูลนิธิองค์กรทำดี ระบุว่า จากการสืบสวนสอบสวน พบว่า ตั้งแต่วันที่ 23 พ.ย. ปี 58 บุ๋ม ปนัดดา ได้เชิญชวนประชาชนบริจาคผ่านสื่อออนไลน์ โดยใช้บัญชีองค์กรทำดี โดยบุ๋ม ปนัดดา อ้างว่าจะนำเงินมาใช้กิจการกุศลในหลายกิจกรรม

โดยวันที่ 12 ธ.ค. 60 มีการสร้างเฟซบุ๊กองค์กรทำดี และเชิญชวนบริจาคโดยใช้บัญชีเดิมที่ทำไว้เมื่อปี 58 จากนั้นวันที่ 30 มี.ค. 65 เมื่อยอดบริจาคเพิ่มขึ้น จึงมีการจัดตั้งมูลนิธิองค์กรทำดี โดยมีบุ๋ม เป็นประธาน และมีกรรมการ รวม 5 คน , วันที่ 29 เม.ย. 65 มีการเปลี่ยนเฟซบุ๊กองค์กรทำดี เป็นมูลนิธิองค์กรทำดี โดยวันที่ 25 ก.ค. 65 ได้เรียกประชุมกรรมการให้รับรองบัญชีองค์กรทำดี โดยบุ๋ม ปนัดดา เป็นบัญชีหลักในการรับบริจาค และมีประชุมให้เปิดบัญชีในนามมูลนิธิ ต่อมาวันที่ 27 ก.ค. 65 มูลนิธิได้เปิดบัญชีกับทางธนาคาร เป็นบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมีการเปิดรับบริจาค 2 บัญชีควบคู่กัน โดยไม่มีการยกเลิกบัญชีองค์กรทำดี ต่อมาวันที่ 31 ธ.ค. 65 มีการโพสต์ชวนบริจาคผ่านบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี และในวันที่ 3 มิ.ย. 68 มีความคิดจะย้ายที่ตั้งมูลนิธิจากบางเขน ไปปทุมธานี ซึ่งมีการซื้อที่ดินรองรับไว้ และจะสร้างมูลนิธิ โดยมีการเปิดอีก 1 บัญชี เป็นบัญชีส่วนตัว ชื่อบัญชีสมทบองค์กรทำดี โดยบุ๋ม เป็นผู้มีอำนาจ และเปิดรับบริจาคร่วมสร้างมูลนิธิ

จากการตรวจสอบทั้ง 3 บัญชี พบว่า บุ๋ม มีอำนาจสั่งจ่ายทั้งสิ้น ซึ่งตั้งแต่ปี 58 จนถึงปัจจุบัน ทั้ง 3 บัญชี มีการชวนบริจาคและมีผู้บริจาคกว่า 3.2 ล้านครั้ง จาก 1 ล้านบัญชี รวมเป็นเงิน 815 ล้านบาท โดยระหว่างนั้นมีการทำธุรกรรมโยกย้ายเงินจากมูลนิธิไปบัญชีส่วนตัวและไปบัญชีสมทบ ซึ่งเงินทั้ง 3 บัญชี มีการนำไปใช้เกี่ยวกับมูลนิธิบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะใช้ในกิจการส่วนตัว ซึ่งผิดวัตถุประสงค์การจัดตั้งมูลนิธิ

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเงินจากองค์กรทำดี โดยบุ๋ม ปนัดดา จำนวนกว่า 600 ล้าน มีการใช้ใน 12 กิจกรรม จำนวน 520.7 ล้าน โอนเข้าส่วนตัวของบุ๋ม ปนัดดา ที่เปิดรองรับไว้อีก 9 บัญชี จำนวน 243 ล้าน โอนเข้าบัญชีก๊อต อธิป 3 บัญชี 99 ล้าน , โอนให้พ่อของบุ๋ม 4.6 ล้าน , โอนให้ช่างเอ๋ ก่อสร้างพูลวิลลา 18 ล้าน , โอนให้กรรมการมูลนิธิ 36 ล้าน , โอนให้นิติบุคคล 2 คน ที่จัดตั้งโดยช่างเอ๋ 2 ครั้ง จำนวน 2.4 ล้าน และ 17 ล้าน , โอนซื้อประกันชีวิต ซึ่งบุ๋ม เป็นผู้รับผลประโยชน์ 10 ล้านบาท , โอนซื้อกองทุน 6 กองทุน 24 ล้าน , นำปซื้อเครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนม 2.7 ล้าน , ถอนเงินอีก 42 ล้าน , ชำระบัตรเครดิต 2 ใบ 9 ล้าน

ส่วนบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี มีการโยกย้ายเงินไปบัญชีส่วนตัวบุ๋ม รอบแรกแล้วกว่า 100 ล้านบาท ที่เหลือโอนเข้าบัญชีบุ๋มอีก 6 ล้าน , โอนเข้าบัญชีอธิป 23ล้าน ถอนเงิน 21 ล้าน , นำไปชำระค่าที่พักส่วนกลาง 3 แสน

ส่วนบัญชีสมทบองค์กรทำดี ที่เปิดไว้อ้างว่าเพื่อสร้างมูลนิธิที่ปทุมธานี ส่วนหนึ่งโอนเข้าบุ๋ม 12 ล้าน , โอนให้อธิป 5 แสน และโอนไปให้นักธุรกิจเชียงใหม่ 8 แสน รวมทั้งหมดมีเงินถูกนำออกจากบัญชีรับบริจาคทั้ง 3 บัญชี จำนวน 527 ล้าน

ขณะที่การสอบสวน บุ๋ม ให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับข้อเท็จจริง เป็นผู้ทำธุรกรรมทางการเงินและใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ อ้างว่าสับสนในการเบิกจ่ายเงิน เนื่องจากธุรกรรมมีจำนวนมาก ส่วนนายอธิป ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าธุรกรรมที่ทำไป ทำโดยเชื่อตามคำสั่งของบุ๋ม แต่การสอบสวนพบว่า ทั้งคู่ ยังอยู่กันฉันสามีภรรยา ข้ออ้างของก๊อต เป็นส่วนหนึ่งที่รับฟัง แต่การพิจารณาต้องว่ากันอีกทางหนึ่ง

ส่วนการดำเนินคดี แบ่งดำเนินคดีเป็นวง โดยผู้ต้องหาหลักคือ บุ๋มและอธิป ส่วนวงที่ 2 คือกรรมการมูลนิธิ และช่างเอ๋-ช่างเอ็ม ส่วนวงที่ 3 คือวงที่เส้นเงินไปชนกับกลุ่มหลายคน ทั้งบิดา นักธุรกิจ หรือบุคคลอื่น





คำที่เกี่ยวข้อง : #มูลนิธิองค์กรทำดี  









©2018 CK News. All rights reserved.