สกัดจับรถกระบะคอก ตบตาเจ้าหน้าที่ ยาบ้า 4.5 ล้านเม็ดซุกลังลูกแพร์


4 พ.ย. 2569, 11:28

สกัดจับรถกระบะคอก ตบตาเจ้าหน้าที่ ยาบ้า 4.5 ล้านเม็ดซุกลังลูกแพร์




วันที่ 4 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง สกัดจับรถยนต์กระบะ พร้อมรถเก๋งนำทาง พร้อมผู้ต้องหา 4 คน ยึดยาบ้า 4.5 ล้านเม็ด วูกซ่อนอยู่ในกล่องลูกแพร์ บริเวณภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร

การจับกุมครั้งนี้วืบเนื่องจาก พ.ต.ท.กล้า สมบัติพิบูลย์ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. สืบทราบว่า จะมีกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคกลางลงสู่พื้นที่ภาคใต้ โดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อ ISUZU D-MAX สีเทา หมายเลขทะเบียน 3ฒฌ 5XXX กรุงเทพมหานคร ติดตั้งรั้วเหล็กบริเวณกระบะบรรทุก มีนายเจษฎากร (สงวนนามสกุล) หรือ นายภู เป็นผู้ขับขี่ และมีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยี่ห้อ HONDA CIVIC สีดำ หมายเลขทะเบียน ฎก 4XXX กรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่เป็นรถนำทาง มีนายศุภกฤต (สงวนนามสกุล) หรือ นายโอ๊ค เป็นผู้ขับขี่ ภายหลังได้รับข้อมูลจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตรวจสอบรถยนต์ทั้งสองคัน กระทั่งพบความเคลื่อนไหวของรถยนต์เข้ามาในพื้นที่ ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และมีการเปลี่ยนเส้นทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจึงติดตามอย่างต่อเนื่อง จนพบรถยนต์กระบะคันดังกล่าวจอดอยู่บริเวณหน้าห้องพัก ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ริมทางหลวงหมายเลข 4 ขาล่องใต้ ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ พบ น.ส.เจนจิรา (สงวนนามสกุล) หรือ น.ส.ฝน และ นายเจษฎากร (สงวนนามสกุล) หรือ นายภู อยู่ภายในห้องพัก ทั้งสองให้ข้อมูลว่าเดินทางมาด้วยกัน โดย นายเจษฎากรฯ รับว่าเป็นผู้ขับขี่รถกระบะคันดังกล่าว

 

จากการตรวจสอบรถยนต์กระบะ พบลังลูกแพร์สดหลายลังอยู่ท้ายกระบะ เมื่อเจ้าหน้าที่นำลังผลไม้ออก พบกระสอบปุ๋ยสีรุ้งจำนวน 15 กระสอบซุกซ่อนอยู่ภายใน เมื่อตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยประมาณ 4,500,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ผู้ต้องหาทั้งสองทราบ ก่อนควบคุมตัวพร้อมรถกระบะและยาเสพติดของกลางมายังสถานีตำรวจทางหลวงชุมพรเพื่อตรวจนับและจัดทำบัญชีของกลาง

จากการสอบถาม นายเจษฎากรฯ ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างลำเลียงยาเสพติดเป็นครั้งที่ 3 โดยตกลงค่าจ้างจำนวน 700,000 บาท โดยรับยาเสพติดมาจาก จ.ปทุมธานี เพื่อจะไปส่งในพื้นที่รอยต่อ ระหว่าง จ.ชุมพร และ จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีนายโอ๊ค เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋ง HONDA CIVIC ทำหน้าที่เป็นรถนำทาง ส่วนสาเหตุที่นำรถเข้าจอดหลบซ่อนภายในรีสอร์ท เนื่องจากนายโอ๊ค ผู้ขับขี่รถนำทาง แจ้งว่าพบรถตำรวจทางหลวงบนเส้นทาง จึงเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนขาดการติดต่อกับรถนำทาง ตนจึงตัดสินใจนำรถกระบะขนยาเสพติดเข้ามาจอดภายในรีสอร์ท นอกจากนี้ นายเจษฎากรฯ ให้การว่าได้เสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงนำปัสสาวะส่งตรวจยืนยัน ณ โรงพยาบาลท่าแซะ ผลพบสารเสพติดในปัสสาวะเป็นบวก

ภายหลังการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลติดตาม รถยนต์เก๋งที่ทำหน้าที่เป็นรถนำทางอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. พบรถยนต์ HONDA CIVIC สีดำ หมายเลขทะเบียน ฎก 4XXXกรุงเทพมหานคร จอดอยู่บริเวณหน้าห้องพัก ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร โดยมีบุคคลอยู่ภายในห้องพัก 2 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายศุภกฤต (สงวนนามสกุล) หรือ นายโอ๊ค และ น.ส.สุกัญญา (สงวนนามสกุล) หรือ น.ส.เฟิร์น เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ เมื่อเข้าไปภายในห้องพักพบผู้ต้องหาทั้งสองอยู่ด้วยกัน โดย นายศุภกฤตฯ ยอมรับว่าเป็น ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าว เมื่อพิจารณาประกอบกับข้อมูลจากสายลับ พยานหลักฐานที่ตรวจพบ และคำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งระบุว่ามีรถยนต์เก๋ง HONDA CIVIC สีดำ ทำหน้าที่เป็นรถนำทาง เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่า บุคคลทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติด จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมรถยนต์และของกลางมายังสถานีตำรวจทางหลวงชุมพร เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม ตรวจนับและจัดทำบัญชีของกลาง และจัดทำบันทึกการจับกุม จากนั้นนำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
คำให้การเบื้องต้นผู้ต้องหา นายเจษฎากรฯ ให้การรับสารภาพว่า ตนได้รับการว่าจ้างให้รับจ้างลำเลียงยาบ้าในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 3 โดยได้รับค่าจ้าง 700,000 บาท ตนจึงได้นำลังลูกแพร์มาเพื่อเป็นการอำพราง โดยออกจากเดินทางมาจาก จ.ปทุมธานี ในระหว่างการขนยาเสพติดในครั้งนี้มี นายศุภกฤตฯ คอยทำหน้าที่ขับรถนำทาง ส่วนสาเหตุที่นำรถเข้าจอดภายในรีสอร์ท เนื่องจากได้รับแจ้งจากรถนำทางว่าพบรถตำรวจทางหลวง จึงเปลี่ยนเส้นทางหลบหนี ก่อนขาดการติดต่อกับรถนำทาง ตนจึงตัดสินใจนำรถกระบะขนยาเสพติดเข้าจอดในรีสอร์ท ก่อนจะถูกจับกุมในครั้งนี้





คำที่เกี่ยวข้อง : #จับยาบ้า  









©2018 CK News. All rights reserved.