“นายกฯ” เปิดเกมรุก! เห็นชอบหลักการแผนสงครามยาเสพติด 6 เดือน
วันที่ 23 ต.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) ครั้งที่ 3/2569 โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และพันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นกรรมการและเลขานุการ พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุมตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
โดยในที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ (ร่าง) แผนยุทธการในการประกาศสงครามยาเสพติด ระยะ 6 เดือน มุ่งแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและครบวงจร ตั้งแต่สกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าประเทศและกระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดและยึดทรัพย์สิน ตลอดจนนำผู้เสพเข้าสู่การบำบัดรักษา ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือปล่อยปละละเลยปัญหาในพื้นที่ พร้อมยกระดับการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานให้เกิดผลอย่างชัดเจน
.jpg)
แผนยุทธการฯ กำหนด 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1. สกัดกั้น ปราบปราม และยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติด
เพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นยาเสพติดที่ลักลอบนำเข้าประเทศ ป้องกันไม่ให้แพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมขยายผลยึดทรัพย์สินเพื่อตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติด
2. นำผู้เสพเข้าสู่ระบบบำบัดรักษาเร่งค้นหาและนำผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติดเข้าสู่การบำบัดรักษาอย่างเหมาะสม แต่หากผู้เสพที่กำลังเข้าสู่กระบวนการบำบัดไม่ใส่ใจและบำบัดต่อเนื่อง โดยไม่มีเหตุอันควร จะตัดสิทธิ์ในการสมัครใจเข้ารับการบำบัดในโอกาสต่อไป พร้อมทบทวนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการครอบครองยาบ้า โดยเสนอให้ยกเลิกเกณฑ์จำนวน 1 หน่วยการใช้ (หากเป็นยาบ้า คือ ยาบ้า 1 เม็ด) ต่อไปนี้หากแม้จะพบว่าครอบครองอยู่ จำนวน 1 เม็ด ก็ให้สันนิษฐานว่า ครอบครองเพื่อเสพ หรือ ครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งจะมีโทษทันที
3. จัดการเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
ตรวจสอบและดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง สนับสนุนหรือช่วยเหลือเครือข่ายยาเสพติด เรียกรับผลประโยชน์ หรือใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์แก่ผู้กระทำผิด รวมถึงผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลยหรือไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุอัน สมควร รวมทั้งปล่อยปละละเลย ให้เกิดการแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่ โดยไม่รับผิดชอบการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง จะถูกดำเนินการใช้มาตรการทางวินัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4. เพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ปฏิบัติงาน
ส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด เพื่อสนับสนุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและขับเคลื่อนภารกิจตามแผน ได้อย่างเต็มกำลัง
ทั้งนี้ การแอบอ้างว่าเป็นสายลับให้แก่ เจ้าหน้าที่ และไปกระทำผิดเสียเองโดยใช้ข้ออ้างว่าตนเองเป็นสายลับจะต้องไม่มีอีกต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ สำนักงาน ป.ป.ส. หารือความชัดเจนกับหน่วยงานที่้กี่ยวข้อง และให้มีการกำหนดรายละเอียดของแผนให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลเป็นรูปธรรม
.jpg)
©2018 CK News. All rights reserved.