วันที่ 14 ต.ค.2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ขยายจุดบริการ “อาชีวะอาสา” รวม 140 จุด ระหว่างวันที่ 27 กันยายน - 30 ตุลาคม 2569 เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ทั้งการจัดอาหารและน้ำดื่ม ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ และเครื่องมือประกอบอาชีพที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนตรวจสอบระบบไฟฟ้าเบื้องต้น เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็ว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อมูล ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2569 พบว่ามีสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติรวม 1,228 แห่ง ใน 39 จังหวัด แบ่งเป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 861 แห่ง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 274 แห่ง กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) 47 แห่ง และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) 46 แห่ง โดยกระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือให้ สพฐ. จำนวน 23.38 ล้านบาท และ สกร. จำนวน 2.2 ล้านบาท พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูสถานศึกษาที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้สามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว
สำหรับการช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการอาชีวะอาสา ได้ระดมกำลังนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรอาชีวศึกษา ลงพื้นที่ให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยจัดตั้งครัวอาชีวะ 9 แห่ง สนับสนุนอาหารและน้ำดื่มรวม 36,949 ชุด ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า 7,718 เครื่อง ตรวจเช็กรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวม 8,045 คัน ซ่อมเครื่องมือประกอบอาชีพ 895 ชิ้น และตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านเรือน 33 หลัง ขณะที่ สกร. สนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ และอุปกรณ์ทำความสะอาด ส่วน สช. เร่งสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดและซ่อมแซมอาคารเรียน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของทั้งประชาชนและสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ จุดบริการอาชีวะอาสากระจายอยู่ในหลายพื้นที่ โดยมีจุดบริการในจังหวัดระยอง 49 จุด กรุงเทพมหานคร 21 จุด พระนครศรีอยุธยาและสมุทรปราการ จังหวัดละ 15 จุด นครนายก 14 จุด ฉะเชิงเทรา 11 จุด ปทุมธานี 7 จุด นนทบุรีและราชบุรี จังหวัดละ 2 จุด และพื้นที่สระแก้ว สุรินทร์ ชลบุรี รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานคร/นครปฐม แห่งละ 1 จุด
ภายในจุดบริการ ประชาชนสามารถรับความช่วยเหลือได้ทั้งด้านอาหารและน้ำดื่ม การตรวจเช็กและซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องมือประกอบอาชีพ รวมถึงการตรวจสอบระบบไฟฟ้าเบื้องต้น โดยมีนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรอาชีวศึกษาร่วมปฏิบัติงาน นำความรู้และทักษะวิชาชีพมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
รัฐบาลขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลจุดบริการอาชีวะอาสาให้ประชาชนในพื้นที่ทราบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถตรวจสอบสถานที่ให้บริการและเข้ารับความช่วยเหลือได้สะดวกและทันเวลา พร้อมเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดภาระค่าใช้จ่าย และช่วยให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว
©2018 CK News. All rights reserved.