เวลา 10.00 น. วันที่ 30 ส.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการแก้ไขและป้องกันน้ำกัดเซาะ ทางหลวงหมายเลข 43 ช่วง กม.51+060 – 54+640 ด้านซ้ายทาง (เป็นตอนๆ) ในพื้นที่ตำบลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาคันทางสไลด์และผิวจราจรทรุดตัวอันเกิดจากมรสุมและปริมาณฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง ระบบการคมนาคมขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พลตรี ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง หัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอสรุปผลการดำเนินงาน
สำหรับทางหลวงหมายเลข 43 ถือเป็นเส้นทางสายหลักเชิงยุทธศาสตร์ที่มีปริมาณการจราจรสูง และเป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทาง การขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว ตลอดจนสนับสนุนความมั่นคงเพื่อเชื่อมโยงสู่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาประสบปัญหาจากอิทธิพลของมรสุมและฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องหลายปี ส่งผลให้เกิดกระแสน้ำกัดเซาะชายฝั่งเข้ามาเฉลี่ยปีละ 5 เมตร รวมระยะทางที่ถูกกัดเซาะลึกเข้ามาถึง 105 เมตร จนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อไหล่ทางและโครงสร้างชั้นทางหลวง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีมาตรการป้องกัน อาจทำให้ช่องจราจรเสียหายจนกระทบต่อการเดินทางของประชาชน
.jpg)
กรมทางหลวง ร่วมกับ กรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งดำเนินโครงการป้องกันน้ำกัดเซาะดังกล่าว โดยใช้วิธีนำหินทิ้งมาวางป้องกันความยาวรวม 1,500 เมตร เพื่อชะลอและยับยั้งการกัดเซาะของน้ำ โครงการมีกรอบงบประมาณการก่อสร้างราว 70 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาดำเนินงาน 240 วัน ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยปกป้องโครงสร้างทางหลวงให้มีความมั่นคงแข็งแรง ยกระดับความปลอดภัย และช่วยให้ประชาชนสามารถเดินทางสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวได้อย่างราบรื่นทุกฤดูกาล
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวมุ่งผลลัพธ์ในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้แก่โครงสร้างทางหลวง รองรับการคมนาคมขนส่งให้สามารถเชื่อมโยงได้อย่างต่อเนื่องในทุกฤดูกาล ช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อการซ่อมแซมใหญ่ในอนาคต และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ริมทางหลวงอย่างเป็นระบบ
พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้ตรวจเยี่ยมการแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะบริเวณหลังสำนักงานหมวดทางหลวงเทพาหลังเก่า เพื่อติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างใกล้ชิด
.jpg)
.jpg)
ขอบคุณภาพ-ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
©2018 CK News. All rights reserved.