วันที่ 1 ส.ค.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย ตำรวจกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (กก.4 บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.,พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเข้าทำการจับกุม นายกันตภูมิ หรือเอก อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ ในเวลากลางคืน” ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี 2 หมายจับ เลขที่ จ.497/2568 และ เลขที่ จ.498/2568 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2568
โดยสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18–19 ธันวาคม 2567 ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาเดอะเลค เมืองทองธานี โดยใช้วิธีการอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงการสังเกตของพนักงานเหตุการณ์ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ต้องหาทำทีเป็นลูกค้า เดินเข้ามาเลือกซื้อสินค้า พร้อมนำกระเป๋าเป้สะพายหลังใส่ไว้ในตะกร้าสินค้าของร้าน จากนั้นเดินไปหยิบเบียร์จากตู้แช่และนำใส่ไว้ในกระเป๋า ก่อนนำตะกร้าพร้อมกระเป๋าไปวางไว้บริเวณตู้น้ำแข็งใกล้ทางออกร้าน แล้วหยิบน้ำแข็งไปชำระเงินตามปกติ หลังชำระเงินเสร็จ ได้กลับมาเอากระเป๋าที่ซุกซ่อนเบียร์ไว้ภายในร้านและเดินออกจากร้านโดยไม่ชำระค่าเบียร์แต่อย่างใด
ต่อมาในวันที่ 19 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 17.00 น. นายกันตภูมิได้ย้อนกลับมาก่อเหตุในลักษณะเดิมอีกครั้ง โดยนำกระเป๋าเป้ใส่ในตะกร้าสินค้าเดินไปหยิบเบียร์จากตู้แช่ใส่ไว้ในกระเป๋า ก่อนนำตะกร้าไปวางไว้บริเวณตู้น้ำแข็ง จากนั้นหยิบน้ำพริกไปชำระเงิน เมื่อชำระเงินเสร็จแล้วจึงกลับมาเอากระเป๋าที่ซุกซ่อนเบียร์ไว้และเดินออกจากร้านโดยไม่ชำระค่าเบียร์ ภายหลังนางสาวศิริพร ภักดีกำจร พนักงานของร้าน ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จึงพบพฤติการณ์การลักทรัพย์ทั้งสองครั้ง ซึ่งผู้ก่อเหตุใช้วิธีการเดียวกันทุกครั้ง
กระทั่งวันที่ 20 ธันวาคม 2567 ผู้ต้องหาได้กลับเข้ามาที่ร้านอีกครั้ง โดยมีลักษณะคล้ายจะก่อเหตุซ้ำ นางสาวศิริพรฯ จำใบหน้าได้จากภาพกล้องวงจรปิด จึงเข้าไปสอบถามว่าเป็นผู้ที่ก่อเหตุลักเบียร์ของร้านเมื่อวันที่ 18 และ 19 ธันวาคม 2567 หรือไม่ ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามภาพกล้องวงจรปิดและรับสารภาพว่าได้ลักทรัพย์ของร้านจริง หลังจากนั้นนางสาวศิริพรฯ ได้เชิญตัวผู้ต้องหาไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา ลักทรัพย์และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปพิมพ์ลายนิ้วมือ ผู้ต้องหาได้อ้างว่าขอเข้าห้องน้ำ ก่อนอาศัยจังหวะดังกล่าวหลบหนีออกจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ทำให้ต้องมีการติดตามตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยนอกจากนี้ยังพบอีกว่าผู้ต้องหายังได้ก่อเหตุภายในเซเว่นบริเวณใกล้เคียง เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 18.00 น. นางสาวดวงจิตร ผ่านจังหาร พนักงานร้านเซเว่น อิเลฟเว่น สาขาถนนบอร์นสตรีท เมืองทองธานี ได้เห็นข้อความแจ้งเตือนในกลุ่มไลน์ของผู้จัดการร้านเซเว่น อิเลฟเว่น เขต 6/2 เมืองทองธานี ซึ่งผู้จัดการสาขาเดอะเลค เมืองทองธานี แจ้งว่ามีคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ภายในร้านและขอให้ทุกสาขาช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง
ต่อมาในวันที่ 20 ธันวาคม 2567 นางสาวดวงจิตรฯ จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของร้าน และพบว่าเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 18.15 น. ซึ่งเป็นช่วงหลังพระอาทิตย์ตก ได้มีชายไม่ทราบชื่อ (ทราบภายหลังคือนายกันตภูมิ ณะจันทร์) ซึ่งมีลักษณะตรงกับบุคคลที่ถูกแจ้งเตือน เดินเข้ามาภายในร้านทำทีเป็นลูกค้าโดยนำกระเป๋าเป้สะพายหลังวางไว้ในตะกร้าสินค้า ก่อนเดินไปหยิบเบียร์จากตู้แช่ใส่ลงในกระเป๋า จากนั้นนำตะกร้าไปวางไว้บริเวณตู้แช่ไอศกรีมข้างเคาน์เตอร์ชำระเงิน แล้วหยิบเบียร์เพียง 1 กระป๋องไปชำระเงิน เมื่อชำระเงินเสร็จ ได้กลับมาเอาตะกร้าและกระเป๋าที่ซ่อนเบียร์ไว้ภายในร้านก่อนเดินออกจากร้านโดยไม่ชำระค่าเบียร์ที่อยู่ในกระเป๋า
ตรวจสอบภาพเพิ่มเติมยังพบว่าในวันที่ 16 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 23.10 น. ผู้ต้องหาได้กลับมาก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอีก โดยนำกระเป๋าเป้ใส่ไว้ในตะกร้าสินค้า แล้วหยิบหมูยอและไข่ไก่ใส่ลงในกระเป๋า ก่อนนำตะกร้าไปวางไว้บริเวณตู้แช่ไอศกรีม จากนั้นหยิบเห็ดเข็มทองเพียง 1 แพ็กไปชำระเงิน เมื่อชำระเงินเสร็จ ได้กลับมาเอากระเป๋าที่บรรจุหมูยอและไข่ไก่แล้วเดินออกจากร้านโดยไม่ชำระค่าสินค้าดังกล่าว ภายหลังนางสาวดวงจิตรฯ ได้เห็นข้อความในกลุ่มไลน์ของผู้จัดการร้านเซเว่น อิเลฟเว่น เขต 6/2 อีกครั้ง โดยผู้จัดการสาขาเดอะเลค เมืองทองธานี แจ้งว่าสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ได้แล้ว เมื่อเห็นภาพของผู้ต้องหา นางสาวดวงจิตรฯ จำได้ทันทีว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ก่อเหตุในสาขาของตน โดยสังเกตได้จากรูปพรรณลักษณะและนาฬิกาข้อมือสีแดงที่สวมใส่ ซึ่งตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิ
ต่อมาทราบว่าผู้ต้องหาได้กลับไปที่ร้านเซเว่น อิเลฟเว่น สาขาเดอะเลค เมืองทองธานี อีกครั้ง และพนักงานสามารถจดจำได้ จึงเชิญตัวไปยัง สภ.ปากเกร็ด นางสาวดวงจิตรฯ จึงเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์และได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาแสดงให้ผู้ต้องหาดู ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์สินภายในร้านในภาพจริง ด้วยเหตุดังกล่าว นางสาวดวงจิตร ผ่านจังหาร จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดี
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.4 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้และกำลังเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร จึงได้นำกำลังเข้าดักตัวจนกระทั่งพบตัวบริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งในขณะเข้าทำการจับกุม ผู้ต้องหายังคงพยายามใช้ลูกไม้เดิมด้วยการอ้างขอเข้าห้องน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต ก็ทำทีขอเดินนำขยะไปทิ้งเพื่อหวังอาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งหลบหนีอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้เท่าทันจึงควบคุมตัวไว้ได้สำเร็จ
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายกันตภูมิ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้ได้มาเปิดร้านขายส้มตำอยู่ริมฟุตบาท ย่านถนนบอร์นสตรีท เมืองทองธานี แต่ประสบปัญหาขายไม่ดี ไม่มีลูกค้าจนขาดรายได้ ประกอบกับตนเองเป็นคนติดแอลกอฮอล์อย่างหนัก จึงตัดสินใจก่อเหตุลักเบียร์และอาหารไปรับประทานประทังชีวิต โดยอาศัยช่วงเวลาที่ลูกค้าพลุกพล่านก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง พร้อมกันนี้ยังได้ฝากเตือนไปยังประชาชนว่า หากใครติดเหล้าหรือแอลกอฮอล์ขอให้เลิก เพราะทำให้ขาดสติและก่อเหตุผิดกฎหมายเช่นตน เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
©2018 CK News. All rights reserved.