วันที่ 28 มิ.ย.2569 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย, พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ.,
พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.5 บก.ปปป. รรท.ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.สุรโชค กังวานวานิชย์ รอง ผกก.3 บก.ปอศ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.หญิง ปวีณวรรณ พลหาญ, พ.ต.ต.วชิรเชษฐ อัครธีระพงศ์ สว.กก.3
บก.ปอศ., ร.ต.อ.หญิง ขวัญใจ ยิ่งเจริญ รอง สว.กก.3 บก.ปอศ., ร.ต.ท.ชัยวิทย์ ศรจิตต์, ร.ต.ท.ดนัย วีรวรรณ รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ปอศ., ด.ต.อลิศ จำเนียรอนุสรณ์, ดฺ.ต.หญิง ทิพพานันท์ โชติการัตน์, จ.ส.ต.ดนุพล คิ้มวงษา, จ.ส.ต.เจนภพ เตมิราช ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอศ.
ร่วมกันจับกุม นางรจรินทร์ สงวนนามสกุล อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี
ที่ จ.10/2568 ลงวันที่ 7 ม.ค.2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยไม่มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวน้ำตกอยุธยา ในพื้นที่ตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
พฤติการณ์ ด้วย ชุดปฏิบัติการสืบสวน กก.3 บก.ปอศ. ได้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหา
ในหมายจับคดีค้างเก่าปี 2566 รายนางรจรินทร์ เกี่ยวข้องเป็นผู้ต้องหาในคดีหลอกลงทุนทองคำ โดยอ้างถึงผู้ประกอบการภายใต้ชื่อ AURORA ซึ่งได้มีผู้เสียหายแจ้งความออนไลน์ผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ TPO จำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี
โดยชุดปฏิบัติการสืบสวน กก.3 บก.ปอศ. ได้รับการประสานจากสายลับ (ขอปิดนาม) ซึ่งประสงค์รางวัลนำจับ แจ้งว่าตรวจพบบุคคลต้องสงสัยซึ่งมีตำหนิรูปพรรณ ลักษณะเป็นบุคคลเดียวกันผู้ต้องหาตามหมายจับ เข้ามาทำงานในโรงงานเย็บผ้าแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้รุดไปตรวจสอบและพบบุคคลข้างต้น ภายหลังจากการสอบถามข้อมูล ยืนยันว่าเป็นนางรจรินทร์ บุคคลเดียวกันกับผู้ต้องหาหมายจับ ชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับ ให้ผู้ต้องหาดูแล้วอ่านข้อความในหมายจับ และให้ผู้ต้องหาอ่านหมายจับด้วยตนเองแล้ว สอบถามผู้ถูกจับให้การยืนยันว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน และได้ทำการแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบและเข้าใจดีแล้ว จากนั้นควบคุมตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบี้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ให้การว่า ขณะเกิดเหตุตนเองทำงานเป็นช่างเย็บผ้า ในโรงงานเย็บผ้าแห่งหนึ่ง พื้นที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งในการเปิดบัญชีธนาคารได้มีนางสาว “ปุ้ย” ไม่ทราบชื่อสกุลจริง มีความสัมพันธ์เป็นเพื่อนสาวที่รู้จักกัน ได้มาชักชวนให้ตนเองเปิดบัญชีธนาคารให้โดยอ้างว่ามีผลตอบแทนดีและคุ้มค่า โดยได้รับค่าจ้างจำนวน 800 บาท ตนเองในขณะนั้นมีรายได้น้อย ได้รับเงินเดือนเพียง 9,000 บาท ประกอบกับมีบุตรต้องเลี้ยงดู จึงเกิดความสนใจและทำการเปิดบัญชีธนาคารให้แก่นางสาวปุ้ย ซึ่งต่อมานางสาวปุ้ย ได้พาบุคคลชาย - หญิง ไม่ทราบชื่อ 2 คน มาหาตนที่บ้านพร้อมทำการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ จากนั้นได้ทำการแสกนใบหน้าและดำเนินการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนของธนาคารครบถ้วนแล้ว จึงได้รับเงินค่าจ้างตามจำนวนที่ตกลงกัน ซึ่งต่อมาตนเองทราบข่าวว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับบัญชีม้าในการกระทำความผิด แต่ก็ไม่ได้สนใจจะไปปิดบัญชีธนาคารที่เปิดให้แก่บุคคลอื่นตามที่รัฐบาลได้ประกาศ ต่อมา
ได้ย้ายมาพักอาศัยกับพี่สาว ช่วยทำงานร้านก๋วยเตี๋ยว อยู่ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรีจนกระทั่งมาถูกจับกุมในวันและเวลาดังกล่าว
©2018 CK News. All rights reserved.