วันที่ 25 มิ.ย.2569 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์ สว.กก.5 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเข้าจับกุม นายเจิ้ง (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปีสัญชาติจีน และ น.ส.กิตติยาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ในข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและโอนเงินระหว่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่ม ได้ภายในทาวน์โฮม 3 ชั้นแห่งหนึ่ง แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบการโฆษณาเปิดรับแลกเงินหยวนและเงินตราต่างประเทศผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งที่ธุรกิจดังกล่าวเป็นกิจการที่ต้องได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย
จากการสืบสวนพบผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Kittiyaphorn” มีผู้ติดตามกว่า 9,800 คน โพสต์ข้อความเชิญชวนให้บริการรับแลกเงิน เติมหยวน พร้อมข้อความโฆษณา “เรทดี โอนไว โอนเองทุกยอด” รวมทั้งโพสต์ภาพเงินสดจำนวนมากเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้า โดยคิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 4.92 บาท ต่อ 1 หยวน และส่งคิวอาร์โค้ดให้ลูกค้าโอนเงินไทยเข้าบัญชี
เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่า น.ส.กิตติยาพร ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราจากธนาคารแห่งประเทศไทยแต่อย่างใด
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินยังพบว่ามีบัญชีธนาคารที่ใช้รับ-จ่ายเงินจากการแลกเงินหยวน มียอดเงินหมุนเวียนกว่า 26 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน นอกจากนี้ การตรวจสอบบัญชีรับโอนเงิน จำนวน 219 บัญชี ยังพบความเชื่อมโยงกับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามข้อมูลของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) จำนวน 9 บัญชี มียอดเงินรวมกว่า 1.1 ล้านบาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายค้น ก่อนเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 2 จุด พร้อมตรวจยึดเอกสารและพยานวัตถุที่เกี่ยวข้องรวม 6 รายการ
ผลการสืบสวนพบว่า ผู้เกี่ยวข้องกับบัญชีเฟซบุ๊ก “Kittiyaphorn” มี 2 ราย ได้แก่ นายเจิ้ง และ น.ส.กิตติยาพร โดยนายเจิ้งทำหน้าที่เป็นนายทุน ส่วน น.ส.กิตติยาพร รับหน้าที่บริหารกิจการ กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนในแต่ละวัน เปิดบัญชีธนาคารรับโอนเงินจากลูกค้า ก่อนประสานให้นายเจิ้งโอนเงินหยวนผ่านบัญชี AliPay ไปยังบัญชีของลูกค้า โดยทั้งคู่ได้รับผลตอบแทนจากส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละวัน
นอกจากนี้ยังพบว่าบัญชีรับโอนเงินบางส่วนที่ใช้บริการแลกเงินกับผู้ต้องหา มีความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จึงอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย
สอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า เป็นแฟนกัน และร่วมกันเปิดให้บริการแลกเงินหยวนผ่านเฟซบุ๊กมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ต้องการโอนเงินไปประเทศจีน โดยคิดอัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่าปกติเพื่อสร้างกำไร ซึ่งรายได้จะมากน้อยแตกต่างกันไปตามอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน ทั้งในรูปแบบนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
.jpg)
©2018 CK News. All rights reserved.