วันที่ 19 มิ.ย.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก, พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ชัยวุฒิ เกียรติก้องกำจาย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฏา แก้วจาเครือ, พ.ต.ท.เอนก บุญตา, พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์, พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง รอง ผกก.4 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.4 บก.ป. นำโดย พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์ รอง ผกก.4 บก.ป, ว่าที่ พ.ต.ต.นุกูล ใจอารี สว.กก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป. นำโดย พ.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีดาเดช รอง ผกก.ฝ่ายตำรวจสากล และประสานงานภูมิภาค2, พ.ต.ท.ภัทรยศ หร่ายเจริญ สว.ฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาค2, ร.ต.อ.หญิง ชลชยณัฏฐ์ ไชยลังการณ์ รอง สว.ฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาค 2
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ตม.จว.สมุทรปราการ นำโดย ร.ต.อ.ธาวิน พลศักดิ์, ร.ต.ต.จำลอง บมขุนทด รอง สว.ตม.จว.สมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตม.จว.สมุทรปราการ
ร่วมกันจับกุม นาย JU อายุ 39 ปี สัญชาติ จีน โดยจับกุม ซึ่งหน้าในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”
สถานที่จับกุม บริเวณที่ทำการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาย่อย ต.ห้วยคต อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้ดำเนินการสืบสวนเกี่ยวกับบริษัทที่มีลักษณะบริษัทที่มีพฤติการณ์ ให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (นอมินี) และมีลักษณะถือครองทรัพย์สินแทนคนต่างด้าว เช่น บ้านในหมู่บ้านที่มีราคาแพง เป็นต้น
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตท. และตม.จว.สมุทรปราการ ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 338/2569 ลงวันที่ 16 มิ.ย.69 เข้าทำการตรวจค้นบ้าน ม.6 ต.บางแก้ว
อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พบ นายจวี ซึ่งพบเป็นกรรมการบริษัทไทยแห่งหนึ่ง จากการตรวจสอบทราบว่าเป็นบุคคลที่ถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของคนต่างด้าว โดยสถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย มีหนังสือมายัง กองการต่างประเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งข้อมูลผู้ต้องหาสัญชาติจีน ซึ่งมีหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาจับกุม เพื่อส่งกลับไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้พักอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด
จากการตรวจสอบพฤติการณ์การก่อเหตุในประเทศจีนทราบว่า นายจวี พร้อมพวกรวม 3 คน ได้ประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์มการลงทุนทั้งทางออนไลน์ และการสัมมนาแบบออฟไลน์ โดยนายจวี เป็นผู้พัฒนาระบบและดูแลการทำงานของแพลตฟอร์ม ACE โดยแพลตฟอร์ม ACE แพลตฟอร์มการลงทุนทางการเงินออนไลน์ เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 และใช้รูปแบบการตลาดแบบหลายชั้น (MLM) หรือแชร์ลูกโซ่ หลอกลวงให้ประชาชน เข้าร่วมลงทุนและโอนเงินจำนวนมาก ข้อมูล ณ วันที่ 10 มีนาคม 2566 พบว่า มีสมาชิกที่ลงทะเบียนและยังมีสถานะใช้งานอยู่ จำนวน 469,767 คน ผู้ต้องหามีการรับเงินลงทุนจากสมาชิก รวม 3.71 พันล้าน USDT คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,300 ล้านบาทหยวน (ประมาณ 11,000–12,000 ล้านบาทไทย แล้วแต่อัตราแลกเปลี่ยน) นายจวี จึงมีความผิดฐาน ความผิดฐานจัดตั้งและเป็นผู้นำองค์กรแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการจัดตั้ง ดำเนินการ หรือเป็นแกนนำเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ที่หลอกลวงประชาชนให้ลงทุนหรือชักชวนสมาชิกต่อเป็นทอด ๆ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการ จับกุม นายจวี โดยกล่าวหาว่า เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด โดย นายจวี จ รับทราบสิทธิ์และข้อกล่าวหาดีแล้ว และขอให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ควบคุมตัวมาทำบันทึกจับกุมที่ สถานีตำรวจภูธรบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ และนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อีกทั้งจากการตรวจสอบพบว่า นายจวี มีรูปการณ์ทำพาสปอร์ต รวมถึงบัตรประชาชนประเทศต่างๆ จำนวน 5 ประเทศ คือ ประเทศวานูอาตู, ปารากวัย, เมียนมา, เกรนาดา และจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึง ได้ดำเนินการตรวจยึดทรัพย์สิน รายละเอียดสิ่งของที่ตรวจยึด 1.) วัตถุคล้ายทองคำแท่ง น้ำหนัก 10 บาท จำนวน 1 แท่ง 2.) วัตถุคล้ายทองคำแท่ง น้ำหนัก 10 บาท จำนวน 1 แท่ง 3.) บัตรเครดิต วีซ่า Thailand Elite ของ Mr.JU ZHIXIANG จำนวน 1 ใบ 4.) บัตรเดบิต วีซ่า ธนาคารกสิกรไทย ของ Mr.JU ZHIXIANG จำนวน 1 ใบ 5.) โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Apple รุ่น i-phone 13 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง 6.) โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Apple รุ่น i-phone 16 Pro สีทอง จำนวน 1 เครื่อง 7.) คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อ Lenovo สีเทาดำ พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 1 เครื่อง 8.) บัตรนักศึกษา ของ Mr.JU ZHIXIANG พร้อมป้ายคล้องคอ จำนวน 1 ใบ 9.) เอกสารสัญญาการซื้อขายรถยนต์, เอกสารสำเนาการจดทะเบียนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 6ขฆ-5465 กรุงเทพมหานคร 10.) เงินเหรียญสกุลต่างประเทศ(ประเทศมาเลเซีย) มูลค่า 50 เซน และ 20 เซน จำนวน 2 เหรียญ 11.) ธนบัตรประเทศมาเลเซีย มูลค่า 1 ริงกิต จำนวน 17 ฉบับ 12.) ธนบัตรประเทศมาเลเซีย มูลค่า 5 ริงกิต จำนวน 3 ฉบับ 13.) ธนบัตรประเทศมาเลเซีย มูลค่า 10 ริงกิต จำนวน 3 ฉบับ 14.) ธนบัตรประเทศสหรัฐอเมริกา มูลค่า 20 ดอลล่า จำนวน 5 ฉบับ 15.) ธนบัตรประเทศสหรัฐอเมริกา มูลค่า 100 ดอลล่า จำนวน 2 ฉบับ 16.) ธนบัตรประเทศวานูอาตู มูลค่า 1000 วาตู จำนวน 1 ฉบับ 17.) บัตรอนุญาตทำงานประเทศกัมพูชา ของ Mr.JU จำนวน 1 ใบ 18.) บัตรประจำตัวประชาชนประเทศวานูอาตู จำนวน 1 ใบ รวมรายละเอียดสิ่งของตรวจยึด จำนวน 18 รายการ มาไว้ตรวจสอบ
ขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อไป

©2018 CK News. All rights reserved.