วันที่ 16 มิ.ย. 2569พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป. และพ.ต.ท.เจตน์ ยุทธโยธิน สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ร่วมกันตรวจสอบและดำเนินการกับ นายเกา (MR. Gao) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน ตามคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ที่ ตช.0029.25/1395 ลงวันที่ 11 มิ.ย. 2569 โดยสามารถควบคุมตัวได้บริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 1 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
สำหรับปฎิบัติการดักล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ทำการสืบสวนขยายผลคดีเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่มีพฤติการณ์ลักลอบพาบุคคลข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย ซึ่งพบการกระทำผิดมาตั้งแต่ปี 2567 โดยขบวนการดังกล่าวมีการจัดหาหญิงชาวเมียนมากว่า 20 คน ลักลอบเดินทางเข้าประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย ขณะเดียวกันยังจัดหาชายชาวจีนอีกกว่า 20 คน เดินทางออกนอกประเทศไปยังนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมจัดหาคู่ในลักษณะผิดกฎหมาย
จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวใช้วิธีปลอมแปลงเอกสารและอ้างเหตุอันเป็นเท็จ เพื่อขอวีซ่าธุรกิจสำหรับใช้ในการเดินทางข้ามแดน อำพรางการกระทำผิดของขบวนการ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างและจับกุมสมาชิกเครือข่ายดังกล่าวได้หลายราย แต่ทำให้นายเกา ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญของขบวนการ ต้องรีบหลบหนีออกจากประเทศจีนและเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย
ภายหลังทางการจีนได้ประสานความร่วมมือผ่านกลไกความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong-Lancang Cooperation : MLC) และศูนย์แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง โดยผ่านศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เพื่อขอความร่วมมือในการติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ ก่อนมีการมอบหมายให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บชก.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ร่วมกันสืบสวนติดตาม
เบื้องต้น จากการตรวจสอบพบว่า นายเกา มีประวัติเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยมากกว่า 21 ครั้ง โดยการเดินทางครั้งล่าสุดใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาอำพรางตัว ก่อนจะเข้าพักและหลบซ่อนอยู่ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านดินแดง
กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบตำแหน่งที่พักแน่ชัด จึงเข้าตรวจสอบและควบคุมตัว พร้อมแสดงคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และผลักดันออกนอกราชอาณาจักรตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้กรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนตัวหรือจุดผ่านทางในการกระทำความผิดด้วย

©2018 CK News. All rights reserved.