นักธุรกิจฮ่องกงเพื่อน "หลิวเต๋อหัว" ร้องสอบสวนกลาง เกือบสูญ 200 ล้าน ลวงลงทุนเก๊สนามบินสุวรรณภูมิ


25 พ.ค. 2569, 13:30

นักธุรกิจฮ่องกงเพื่อน "หลิวเต๋อหัว" ร้องสอบสวนกลาง เกือบสูญ 200 ล้าน ลวงลงทุนเก๊สนามบินสุวรรณภูมิ




วันที่ 25 พ.ค.2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อวันที่25 พ.ค.69 นายแดง เภาไท พร้อมด้วย Mr. Chan Wai อายุ 55 ปี นักธุรกิจชื่อดังชาวฮ่องกง ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อปรึกษาข้อกฎหมายและแจ้งเบาะแส หลังจากเกือบตกเป็นเหยื่อของแก๊งสแกมเมอร์สองสามีภรรยาชาวไทย ที่หลอกลวงให้ร่วมลงทุนในธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ มูลค่าความเสียหายเกือบ 200 ล้านบาท

นายแดง เภาไท เปิดเผยว่า Mr. Chan Wai ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนักแสดงฮ่องกงชื่อดังอย่าง "หลิว เต๋อหัว" ได้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อร่วมโปรเจกต์สร้างภาพยนตร์กับ "จ่าพนม" (โทนี่ จา) ในระหว่างนั้น ตนได้แนะนำให้ผู้เสียหายรู้จักกับ "นางสาวการ์ตูน" และสามี เนื่องจากเห็นว่าเป็นคนใต้เหมือนกันและเคยทำธุรกิจภาพยนตร์ร่วมกันมาก่อน

ทว่าหลังจากนั้น นางสาวการ์ตูนกลับใช้โอกาสนี้ชักชวนนักธุรกิจชาวฮ่องกงให้มาร่วมลงทุน โดยอ้างว่าตนเองสามารถประมูลสิทธิ์การทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศภายในสนามบินสุวรรณภูมิได้ ซึ่งมีผลตอบแทนสูง จนทำให้ Mr. Chan Wai หลงเชื่อและเตรียมเงินมาร่วมลงทุนเกือบ 200 ล้านบาท หรือประมาณ 6 ล้านเหรียญดอลลาร์ สหรัฐ จากยอดเต็มที่กลุ่มผู้ก่อเหตุเรียกร้องหลักร้อยล้านบาท

​ด้าน Mr. Chan Wai เปิดเผยผ่านล่ามว่า ตนรอดพ้นจากการสูญเสียเงินก้อนโตมาได้อย่างหวุดหวิด เนื่องจากมีเพื่อนสนิทเข้ามาเตือนสติว่า สองสามีภรรยาคู่นี้เป็นแก๊งต้มตุ๋นระดับชาติ และเพื่อนรายดังกล่าวก็เคยถูกหลอกจนสูญเงินไปกว่า 20 ล้านบาทมาแล้ว เมื่อตรวจสอบย้อนหลังพบว่า ทั้งคู่มีคดีความฐานฉ้อโกงและหลอกลวงค้างอยู่ในชั้นศาลไทยอีกหลายคดี และเคยมีประวัติถูกจำคุกมาแล้วด้วย ตนจึงสั่งระงับธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดทันที

เมื่อตนเดินทางไปคาดคั้นความจริง ฝ่ายสามีกลับพยายามตัดช่องน้อยแต่พอตัว โดยอ้างว่าไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับนางสาวการ์ตูน และปฏิเสธไม่รู้เห็นกับการหลอกลวงใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เมื่อตรวจสอบเส้นทางการใช้ชีวิตกลับพบว่า ทั้งคู่เพิ่งควงกันไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ (ฮันนีมูน) ที่ประเทศญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ จึงเชื่อว่าเป็นการร่วมมือกันหลอกลวงอย่างแน่นอน

​สำหรับพฤติกรรมที่ทำให้หลงเชื่อในตอนแรก เนื่องจากกลุ่มผู้ก่อเหตุมีการสร้างโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดียให้ดูหรูหรา โดยมักจะโพสต์ภาพถ่ายคู่กับบุคคลระดับไฮโซ เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง และนักการเมืองชื่อดังของไทย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

​ผู้เสียหายรู้สึกตกใจและหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจเข้าปรึกษาตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อหาแนวทางดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และเพื่อเป็นอุทาหรณ์ไม่ให้ไปก่อเหตุหลอกลวงผู้อื่นจนเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยอีกต่อไป





คำที่เกี่ยวข้อง : #หลอกลงทุน  









©2018 CK News. All rights reserved.