วันที่ 30 มี.ค.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ.,
พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ., ส.ต.ท.เรวัต สุขสะอาด,
ส.ต.ท.สกลเกยรติ มากคิด, ส.ต.ท.จตุรพล กำปั่น, ส.ต.ท.ณรงค์วิทย์ พิมพ์กำเนิด, ส.ต.ท.พิริยะ ณ ระนอง,
ส.ต.ท.ฉัตรชัย หนองเทา, ส.ต.ท.สุทธิพงษ์ ต๊ะประจำ, ส.ต.ท.เอกราช แอบมณี ผบ.หมู่ กก.4 บก.ปพ.
ร่วมกันจับกุม นายเอกพลฯ หรือเตอร์อายุ 19 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ร่วมกันยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช้เหตุในเมืองหมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน” ตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ 246/2568 ลงวันที่ 12 กันยายน 2568
สถานที่จับกุม บริเวณภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตำบลสำนักบก อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
พฤติการณ์ เมื่อช่วงต้นปี 2567 ขณะที่นายณัฐพลฯ ขับขี่รถจักรยานยนต์ มีนางสาวชุติกาญจน์ฯ
นั่งซ้อนท้ายและนายกิตติฯ ขับขี่รถจักรยานยนต์อีกคัน โดยมีแฟนสาวนั่งซ้อนท้ายมาด้วย ขับมาตามถนน
ในหมู่บ้าน ม.4 ต.ร่วมจิต อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ได้มีกลุ่มผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงใส่จำนวน 1 นัด แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ม.11 ต.ร่วมจิต อ.ท่าปลา
จ.อุตรดิตถ์ อีก 1 นัด แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ต่อมานายสุสรรฯ (บิดาของนายณัฐพลฯและนายกิตติฯ)
ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาตามถนนในหมู่บ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้ถูกกลุ่มผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงใส่
นายสุสรรฯ จำนวน 1 นัด เป็นเหตุให้นายสุสรรได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่ง รพ.ท่าปลา และส่งรักษาตัวต่อที่
รพ.อุตรดิตถ์ รถจักรยานยนต์ของนายสุสรรฯ ได้รับความเสียหายบริเวณดวงไฟหน้า จากการถูกกระสุนปืน
หลังเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาได้หลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนสอบสวน
จนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมกันกระทำผิดในครั้งนี้มีจำนวน 9 คน จึงได้ติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งหมด
มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 8 คนแล้ว ยังมี 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไป
จนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับในเวลาต่อมา
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่านายเอกพลฯ หรือเตอร์ นั้นได้หลบหนีมาอยู่ย่านตำบลสำนักบก อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อ นายเอกพลฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าปลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
©2018 CK News. All rights reserved.