ปิดเกมรวบตัวแก๊งเทรดหุ้น สูญ 18.8 ล้าน ส่งบอสจีนคาห้องเช่า


10 มี.ค. 2569, 08:53

ปิดเกมรวบตัวแก๊งเทรดหุ้น สูญ 18.8 ล้าน ส่งบอสจีนคาห้องเช่า




วันที่ 10 มี.ค.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้
การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.,
พ.ต.อ.ปทักษ์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ, พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์, พ.ต.ท.เอนก บุญตา, พ.ต.ท.กิตติพงษ์ ศิลาพันธุ์ และ พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง
รอง ผกก.4 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.อัคนี ณ บางช้าง สว.กก.4 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป., เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. (เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191) กับพวก
ร่วมกันจับกุม นายพิทักษ์พงษ์ฯ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครราชสีมา
ที่ 933/2568 ลง 22 ตุลาคม 2568 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหรือ
โดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน”

พฤติการณ์คดี ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายถูกชักชวนผ่านสื่อออนไลน์ให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านแอปพลิเคชันชื่อ “IBMP” โดยมีกลุ่มบุคคลแอบอ้างตนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน คอยแนะนำการเทรดและแสดงผลกำไรที่ดูน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้ผู้เสียหายโอนเงินลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ผู้เสียหายได้โอนเงินเข้าระบบหลายครั้งตามคำแนะนำของกลุ่มคนร้าย โดยในแอปพลิเคชันปรากฏ ยอดกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อว่าการลงทุนประสบผลสำเร็จ กระทั่งเมื่อผู้เสียหายประสงค์จะถอนเงินกลับไม่สามารถดำเนินการได้ โดยผู้ต้องหาอ้างเหตุผลว่าต้องทำ “ภารกิจ” หรือเงื่อนไขบางประการให้ครบถ้วนก่อน จึงจะสามารถถอนเงินได้และยังพยายามให้โอนเงินเพิ่มเพื่อปลดล็อกระบบ


ภายหลังผู้เสียหายเริ่มสงสัยและตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม จึงทราบว่าถูกหลอกลวง และไม่สามารถติดต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้อีก ผู้เสียหายจึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้าย
ตามกฎหมาย ซึ่งการหลอกลวงของกลุ่มคนร้ายทำให้ผู้เสียหายสูญเสียเงินรวมกัน เป็นเงินจำนวน 18,844,372 บาท


ต่อมาจากการสืบสวนและสอบสวน พบว่ากลุ่มคนร้ายหลังจากได้รับโอนเงินจากผู้เสียหายแล้วได้มี
การโอนเงินต่อไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวนหลายบัญชี ก่อนมีการถอนเงินสดออกมา ไม่ว่าจะเป็นการถอนผ่านตู้ ATM หรือถอนเงินสดผ่านเจ้าหน้าที่ธนาคาร โดยเจ้าของบัญชีที่รับโอนจากผู้เสียหายเป็นผู้เบิกถอน
เงินสดด้วยตนเอง เพื่อแลกกับค่าจ้าง ( ม้ากด/ม้าถอนเงินสด) ซึ่งผู้ถอนเงินสดเหล่านี้จะมีผู้ควบคุมและพามาเบิกถอนด้วยเสมอ และหลังจากเบิกถอนเงินสดแล้วก็จะนำเงินสดส่งต่อให้กับผู้มีหน้าที่รับเงินสดเพื่อนำไปมอบให้กับ บอส (Boss) คนจีน ซึ่งจากการสืบสวนและขยายผล มีพยานหลักฐานปรากฎว่า นายพิทักษ์พงษ์ฯ
มีหน้าที่เป็นผู้รวบรวมเงินจากกลุ่มม้ากดเงินสด เพื่อนำไปให้กับบอสคนจีน ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวน
สภ.โพธิกลาง จ.นครราชสีมา ได้ออกหมายจับนายพิทักษ์พงษ์ฯ ไว้แล้ว


หลังจาก นายพิทักษ์พงษ์ฯ ทราบว่ากลุ่มขบวนการของตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพื่อดำเนินคดี
ตามกฎหมาย นายพิทักษ์พงษ์ฯ ได้หลบหนีหมายจับไปอยู่ที่บริเวณ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ขณะที่กำลังเฝ้าติดตาม นายพิทักษ์พงษ์ฯ เพื่อที่จะติดตามจับกุม ทราบว่า
นายพิทักษ์พงษ์ฯ ขับขี่รถยนต์หลบหนีจากพื้นที่ จ.เชียงราย มุ่งหน้า จ.กรุงเทพมหานครฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เฝ้าสะกดรอยจนพบรถยนต์ที่ นายพิทักษ์พงษ์ฯ ขับขี่มาจอดอยู่บริเวณลานจอดรถยนต์ภายในซอย
แจ้งวัฒนะ 17 ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนหาข่าวบริเวณโดยรอบจนพบว่า นายพิทักษ์พงษ์ฯ ได้หลบหนีหมายจับมาพักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี


เมื่อทราบดังนั้นจึงได้เฝ้าสังเกตุการณ์จนพบชายลักษณะคล้ายผู้ต้องหา เดินออกมาบริเวณหน้าห้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้แสดงตน และขอตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนชายคนดังกล่าวพบว่าชาย
คนดังกล่าวคือ นายพิทักษ์พงษ์ฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับจริง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ร่วมกันจับ
กุมตัว นายพิทักษ์พงษ์ฯ ตามหมายจับ ส่ง พงส.สภ.โพธิกลาง จ.นครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบจากฐานข้อมูล CRIMES สำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า นายพิทักษ์พงษ์ฯ ผู้ต้องหานี้ มีหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ที่ จ.739/2568 ลง 17 ธันวาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นธุระจัดหา เพื่อให้มีการซื้อ - ขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก และร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานฟอกเงินหรือเป็นผู้สนับสนุนการฟอกเงิน” อีก 1 หมายจับ ซึ่งได้ประสาน
พงส.สภ.เมืองสารคาม เจ้าของคดีเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป





คำที่เกี่ยวข้อง : #แก๊งเทรดหุ้น  









©2018 CK News. All rights reserved.