ปราจีนบุรีผนึกพลังชุมชน สร้างความมั่นคงอาหาร สู่การอยู่รอดอย่างยั่งยืน หนุนตั้ง 1 ตำบล 1 เกษตรอินทรีย์


2 มี.ค. 2569, 15:07

ปราจีนบุรีผนึกพลังชุมชน สร้างความมั่นคงอาหาร สู่การอยู่รอดอย่างยั่งยืน หนุนตั้ง 1 ตำบล 1 เกษตรอินทรีย์




วันที่ 2 มี.ค.2569  โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสงคราม ความขัดแย้ง โรคระบาด และภัยพิบัติ กำลังส่งสัญญาณชัดว่า “เงินไม่ใช่คำตอบของการอยู่รอด” ขณะที่ “อาหาร สมุนไพร และองค์ความรู้ท้องถิ่น” กลับกลายเป็นฐานความมั่นคงที่แท้จริงของชีวิต โดยจังหวัดปราจีนบุรีกำลังถูกจับตาในฐานะพื้นที่ต้นแบบของการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

ในงาน “มหกรรมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย ปราจีนบุรี ครั้งที่ 2” ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ ภูมิภูเบศร ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพร ตำบลบางเดชะ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งรวบรวมทั้งองค์ความรู้แพทย์แผนไทย อาหารพื้นถิ่น สมุนไพร สปาพื้นบ้าน และนวัตกรรมสุขภาพจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร สร้างความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก



บนเวทีเสวนา “อาหารพื้นถิ่นกินเป็นยา” ทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่า ในภาวะ “หยุดโลก” ไม่ว่าจะเป็นสงครามหรือโรคระบาด สิ่งสำคัญที่สุดคือ “อาหารที่ดีต่อสุขภาพ” และความสามารถในการพึ่งพาตนเอง

นางระตะนะ ศรีวรกุล ประธานเครือข่ายเกษตรอินทรีย์จังหวัดปราจีนบุรี ย้ำชัดว่า ในยามวิกฤต สิ่งที่มั่นคงที่สุดไม่ใช่เงินทอง แต่คือ “อาหารและยาในครัวเรือน” โดยชุมชนต้องมีองค์ความรู้ในการปลูกและใช้สมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพตนเอง โดยเฉพาะแนวคิด “ผักเป็นยา” ที่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทย “เมื่อเกิดวิกฤต เงินอาจไม่มีค่า แต่สิ่งที่ทำให้เรารอดได้คืออาหารและสมุนไพร หากชุมชนผลิตเองได้ เราจะอยู่รอดอย่างมั่นคง” นางระตะนะกล่าว

 



ด้านนางอมรา อาคมานนท์ ผู้จัดการร้าน “บ้านเล่าเรื่องเมืองสมุนไพร” ระบุว่า การถ่ายทอดความรู้เรื่องพืชกินได้ สมุนไพร และการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้ประชาชนในระยะยาว อย่างเช่นที่บ้านเล่าเรื่องเองได้นำสมุนไพรกลับมาอยู่ในชีวิตประจำวันผ่านเมนูต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กระเจี๊ยบแดง ดอกอัญชัน ดอกดาวเรือง ที่ช่วยดูแลสุขภาพตา ลดโรคร้อน หรือ ผักหูเสือต้านหวัด ก็ทำให้ประชาชนได้เรียนรู้และยังกินได้ทุกวัย

ขณะที่นางสาวรัตนาวดี พิมล นักโภชนาการปฏิบัติการ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ชี้ว่า ปราจีนบุรีมีจุดแข็งด้าน “อาหารและสมุนไพร” ที่พิสูจน์มาแล้วในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยสามารถใช้สมุนไพรอย่างฟ้าทะลายโจรดูแลประชาชนได้จริง และปัจจุบันแนวคิด “อาหารเป็นยา” กำลังถูกนำมาใช้ในโรงพยาบาล โดยใช้วัตถุดิบเกษตรอินทรีย์เพื่อยกระดับสุขภาพประชาชน “เป้าหมายของปราจีนบุรี คือการเป็น ‘เมืองอาหารปลอดภัย สุขภาพดี’ และต่อยอดสู่ระดับประเทศและนานาชาติ” นางสาวรัตนาวดีกล่าว



ภาคธุรกิจในพื้นที่ยังร่วมขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยนายสว่าง สวยดี รองประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดปราจีนบุรี เปรียบการพัฒนาเหมือน “ต้นไม้ที่กำลังหยั่งราก” แม้วันนี้ยังไม่เห็นผลชัด แต่ความร่วมมือที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังสร้างฐานที่แข็งแรงให้จังหวัดเติบโตในอนาคต ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่า การสร้าง “ความมั่นคงทางอาหาร” ต้องเริ่มจากนโยบายที่ชัดเจน สนับสนุนเกษตรอินทรีย์อย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงตลาดกับโรงพยาบาล ร้านอาหาร และผู้บริโภค เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน

โดยนางระตะนะ กล่าวเสริม ว่า ข้อเสนอสำคัญคือ การผลักดันให้ “ทุกตำบลมีกลุ่มเกษตรอินทรีย์” เป็นทั้งแหล่งผลิตอาหารและศูนย์เรียนรู้ เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาภายนอก และพร้อมรับมือกับวิกฤตในอนาคต โดยเฉพาะในภาวะโลกผันผวน และแนวคิดดังกล่าวสามารถขยายผลไปทั่วประเทศ  “วันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องสงคราม แต่แม้ในภาวะปกติ เราก็ขาดแคลนอาหารปลอดภัย การสร้างระบบอาหารที่ดี คือการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ” นางระตะนะกล่าว





คำที่เกี่ยวข้อง : #อภัยภูเบศร  









©2018 CK News. All rights reserved.