วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เป็นประธานการประชุมศูนย์สถานการณ์ ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ ตลอดจนวางแนวทางการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง และวิเคราะห์เป้าหมายของสหรัฐอเมริกาว่ามีเป้าประสงค์อะไร เนื่องจากในขณะนี้สถานการณ์บานปลายออกไปสู่ประเทศอื่น ทำให้คาดการณ์ว่าไม่น่าจะยุติลงง่ายๆ
ภายหลังการประชุม นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวสรุปสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 1 มีนาคม 2569 ตามเวลาของประเทศไทย อิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศไปยังพื้นที่เป้าหมายสำคัญในกรุงเตหะราน และเมืองต่างๆ ทั่วอิหร่าน ต่อด้วยปฏิบัติการโจมตีทางทหารโดยสหรัฐอเมริกา
และในวันเดียวกัน อิหร่านได้โจมตีทางทหารเพื่อตอบโต้ไปที่ฐานทัพเรือสหรัฐ ในบาห์เรน คูเวต กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย รวมถึงพื้นที่บางส่วนของอิรัก สถานเอกอัครราชทูตในพื้นที่ต่างๆ จึงได้เล่าถึงผลกระทบของการโจมตีตอบโต้ในสถานที่พลเมือง เบื้องต้นทราบว่าขณะนี้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ต่างๆยังปลอดภัยดี
ต่อจากนั้น เมื่อสำนักข่าวของอิหร่านได้รายงานข่าวการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยระบุว่า ได้เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สถานการณ์ในขณะนี้จึงมีความอ่อนไหวสูง และมีความน่าเป็นห่วง ขณะเดียวกันการสู้รบก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอย้ำให้คนไทยในพื้นที่ต่างๆติดตามประกาศ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด
ส่วนเรื่องท่าทีของไทยต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ท่าทีไทยแล้วเมื่อวานนี้ (28 ก.พ.) โดยได้ย้ำในหลักการ 3 ประการ
ประการที่ 1 ไทยติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความห่วงกังวลอย่างยิ่ง
ประการที่ 2 ไทยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งยุติการดำเนินการใดๆที่จะส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลง และอาจจะส่งผลกระทบต่อสันติภาพ ตลอดจนความมั่นคงของประเทศและชีวิตของพลเรือนในภูมิภาค
ประการที่ 3 ไทยเรียกร้องให้มีการเร่งรัดแก้ไขสถานการณ์ด้วยการเจรจาและการทูต
ขณะที่การดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ นายปาณิดลกล่าวว่า ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของไทยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้จัดตั้งศูนย์ประสาน 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุล เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนกับคนไทย อีกทั้งยังได้มีการประกาศแจ้งเตือนคนไทยที่ไม่มีความจำเป็น พิจารณาหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงนี้
นายปาณิดล ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 110,000 คน แต่ในภาพรวมยังไม่มีใครได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง สถานทูตจึงได้ประกาศแจ้งเตือนคนไทยให้ติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการของประเทศนั้นๆ พร้อมให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออกจากพื้นที่ และหลีกเลี่ยงการออกจากที่พักอาศัย ขณะเดียวกันก็อาจมีการประสานกับประเทศอื่นๆ หรือองค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งกำลังเตรียมแผนอพยพของตนเองด้วยเช่นเดียวกัน
.jpg)
©2018 CK News. All rights reserved.