วันที่ 1 ก.พ.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.)
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น, พ.ต.อ.เรืองรัตน์ หงษ์ทิพรัตน์ รอง ผบก.ปพ.,
พ.ต.อ.นพรัตน์ คำมาก ผกก.สายตรวจ บก.ปพ., พ.ต.ท.ปิยะฉัตร ณ พัทลุง, พ.ต.ท.ราชัน แก้วคูนอก รอง ผกก.สายตรวจ บก.ปพ., พ.ต.ต.พงศ์ปิติ ตรีนิคม สว.กก.สายตรวจ บก.ปพ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม บก.ปพ. บช.ก. นำโดย ร.ต.อ.กิตติธัช เทียนแก้ว, ร.ต.อ.ธนเดช ลีลาถาวรกุล, ร.ต.อ.อรุณ ธรฤทธิ์ รอง สว.กก.สายตรวจ บก.ปพ. และ ส.ต.ต.ธนาธิป สุกใส ผบ.หมู่ กก.สายตรวจ บก.ปพ.
ร่วมกันจับกุม นายทรงยศฯ อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 185/2569
ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านแห่งหนึ่ง ถนนพระราม 2 ซอย 25 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ ในวันที่จับกุมตัว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) หรือตำรวจคอมมานโด ออกตรวจตราพื้นที่รับผิดชอบบริเวณพระราม 2 กรุงเทพฯ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า
มีผู้ต้องหาหนีคดีตั้งแต่ปี 2562 มาหลบซ่อนตัวห่างจากชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว หลังจากพิสูจน์ทราบยืนยัน
ตัวบุคคลคือ นายทรงยศฯ ผู้ต้องหาอดีตเจ้าของแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเมื่อกลางปี 2562 ได้ร่วมกันกับผู้จัดการร้านสะดวกซื้อ ก่อเหตุอุกอาจยักยอกเอาเงินสดที่เป็นยอดขายรายวัน ซึ่งต้องส่งคืนบริษัทแม่ เป็นเงินรวมกว่า 3.6 ล้านบาท
และจากการตรวจสอบประวัติการถูกดำเนินคดีของ นายทรงยศฯ ผู้ต้องหา ยังพบเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าว เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่ร้านสะดวกซื้ออีกแห่ง ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน”
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเดินทางไปยังบริเวณหน้าบ้านต้องสงสัย สถานที่จับกุม และแสดงกำลังเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโด เมื่อผู้ต้องหารายดังกล่าวออกมาแสดงตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้
แสดงหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 185/2569 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์” ให้ผู้ต้องหาดูและอ่านโดยตนเอง รับว่ายังไม่เคยถูกจับตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาและแจ้งสิทธิผู้ถูกจับให้ทราบ และแจ้งกับ นายทรงยศฯ ว่าต้องถูกจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม
จึงได้นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธ ตลอดข้อกล่าวหา โดยแจ้งว่าเคยร่วมกันก่อเหตุ
กับภรรยาที่เดียว (ท้องที่ที่เคยถูกดำเนินคดี)
เตือนภัย
- เตือนภัยเจ้าของธุรกิจ
- “คนใกล้ชิดคือภัยเงียบที่น่ากลัวที่สุด” : กรณีนี้ผู้ต้องหาเป็นถึงเจ้าของแฟรนไชส์ร่วมมือกับผู้จัดการร้าน ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดค่ะ จำไว้ว่า “ความไว้ใจต้องมาพร้อมกับการตรวจสอบ” อย่าปล่อยให้ระบบการส่งเงินอยู่ในมือใครคนใดคนหนึ่งนานเกินไปโดยไม่มีการ Cross-check จากส่วนกลาง
- “ช่องโหว่ของยอดขายรายวัน” : เงินสดจำนวนมหาศาลคือสิ่งล่อตาล่อใจ การดองเงินยอดขายไว้หลายวันโดยไม่นำส่งตามระบบ คือโอกาสทองของมิจฉาชีพ ควรใช้ระบบตัดยอดแบบ Real-time และมีการบังคับใช้ระเบียบการนำฝากเงินที่เข้มงวด หากพบยอดผิดปกติแม้เพียงหลักร้อย ต้องรีบตรวจสอบทันที อย่าปล่อยให้ลุกลามจนกลายเป็นหลักล้าน
©2018 CK News. All rights reserved.