วันที่ 17 มี.ค.2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พ.ต.อ.ทวี สอดส่องรมว.ยุติธรรม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะสื่อมวลชน มีกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อเยี่ยมชาวอุยกูร์ ที่เมืองคาซือ มณฑลซินเจียง ระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคมนี้ ที่มณฑลซินเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีกำหนดการดังนี้ วันที่ 18 มีนาคม เวลา 23.30 น. คณะจะออกเดินทางจากกองบิน 6 ท่าอากาศยานดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานเมืองคาซือ มณฑลซินเจียง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง จะถึงเมืองคาซือวันที่ 19 มีนาคม เวลาประมาณ 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง
นายจิรายุกล่าวต่อว่า จากนั้น วันที่ 20 มีนาคม คณะจะเดินทางไปมณฑลซินเจียงที่อยู่ห่างไกล และจะเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์บังคับใช้กฎหมาย และการจัดการคดีของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะ ที่เมืองคาซือ มณฑลซินเจียง และจะเดินทางไปที่มัสยิดอิดกะฮ์ (Id Kah) พูดคุยกับผู้นำศาสนา และร่วมรับประทานอาหารค่ำกับตัวแทนผู้นำศาสนาในท้องถิ่น ก่อนที่รองนายกฯและคณะจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานเมืองคาซือ มณฑลซินเจียง เวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยจะเดินทางถึงประเทศไทย วันที่ 21 มีนาคม เวลาประมาณ 01.00 น. ณ กองบิน 6 ท่าอากาศยานดอนเมือง
นายจิรายุกล่าวอีกว่า การเดินทางครั้งนี้ เพื่อทำความจริงให้ปรากฏในข้อกังวลของนานาอารยประเทศ และให้เข้าใจประเทศไทยถึงการแก้ไขปัญหา ซึ่งรัฐบาลไทยดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และมีข้อตกลงสำคัญต่อรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ที่ต้องคืนชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในยุคโลกปัจจุบัน และมีสิทธิเสรีภาพ ซึ่งถือว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบรายละเอียดนานหลายเดือนก่อนจะส่งชาวจีนอุยกูร์กลับสู่มาตุภูมิ เพื่อให้มั่นใจว่าการส่งชาวอุยกุร์กลับสู่บ้านเกิดจะต้องได้รับความปลอดภัย และเป็นไปตามสิทธิมนุษยชน ซึ่งการเดินทางครั้งนี้เป็นเพียงครั้งแรก โดยรัฐบาลไทยจะกำหนดการเดินทางเป็นระยะๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับการแก้ปัญหาระหว่างประเทศต่อนานาอารยประเทศต่อไป
มีความเห็นในประเด็นนี้จากนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราชโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ “เอฟเฟกต์ อุยกูร์:ไทยได้ไม่คุ้มเสีย ใครรับผิดชอบ”ระบุว่า เอฟเฟกต์ อุยกูร์ ไทยได้ไม่คุ้มเสีย ใครรับผิดชอบ ผลจากการที่รัฐบาลไทยตัดสินใจส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 คนให้ประเทศจีน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกระบวนการที่ไม่โปร่งใสในการส่งตัวครั้งนี้ ทำให้ฝ่ายที่คัดค้านถูกมองว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลบ้าง เป็นพวกโลกสวยบ้าง คลั่งสิทธิมนุษยชนบ้าง โดยไม่คาดคิดว่าจะเกิดผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างรุนแรง จะตามมาภายหลัง ซึ่งรัฐบาลไทยสร้างภาพประชาสัมพันธ์และโฆษณาชวนเชื่อร่วมกับรัฐบาลจีน เพื่อให้ชาวโลกเห็นว่าการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน เป็นความสมัครใจและได้รับความปลอดภัยตามภาพโฆษณาที่ปรากฏตามสื่อตามต่างๆ แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน เราก็จะเห็นปฏิกิริยาโต้กลับจากสภายุโรป ที่ลงมติ 482 ต่อ 57 คะแนน ประณามประเทศไทยเรื่องการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน การแก้ไขมาตรา 112 และการปล่อยตัวนักโทษคดีการเมือง โดยใช้มาตรการเจรจาการค้าเสรี (FTA)บีบไทย
©2018 CK News. All rights reserved.